DSK Clinic I The Customized Aesthetic Clinic
outro-ulthera (2)
banner-article-sidebar

เลเซอร์รอยสิวคืออะไร? (รอยแดง/รอยดำ) ใช้อะไรหายไวสุด? เจาะลึกวิธีรักษาฉบับ DSK Clinic

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
กรกฎาคม 18, 2023

คุณหมอขอสรุป เลเซอร์รอยสิวดีจริงไหม ?

– การทำเลเซอร์รอยสิวนั้น เป็นทางเลือกในการรักษารอยดำรอยแดงจากสิวที่เห็นผลเร็วมากที่สุด มีความปลอดภัยสูงและผลข้างเคียงน้อย จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
– โดยเลเซอร์ที่ได้ผลมากที่สุดในปัจจุบันสำหรับรอยสิว คือโปรแกรม Picosecond laser
– ปัจจัยในการได้ผลลัพธ์ที่ดีจากเลเซอร์รอยสิว นอกจากจะต้องหาเครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐานแล้ว เทคนิคการวิเคราะห์ การวินิจฉัย การวางแผนระยะยาว และการตั้งค่าพลังงานเฉพาะบุคคล เพราะถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้เลเซอร์รอยสิวได้ผล ไม่ใช่ว่ายิงเลเซอร์เครื่องเดียวกันจะได้ผลเหมือนกัน รวมถึง ที่ DSK เรายังเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย โดยเลือกใช้เครื่องมือที่ผ่านมาตรฐานของ USFDA เท่านั้น 
– ซึ่งเทคนิคการวิเคราะห์วางแผนระยะยาวและออกแบบเทคนิคการรักษาเฉพาะบุคคล เป็นสิ่งที่ DSK ให้ความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของการรักษาที่ DSK ทำให้การรักษาได้ผลลัพธ์สูงสุดนอกจากการใช้โปรแกรม Picosecond Laser ในการรักษารอยสิวจะได้เรื่องรอยสิว ลดเม็ดสี จัดการปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอแล้ว ยังได้เรื่องความละเอียดของผิว รูขุมขน และหลุมสิวที่ไม่ลึกมากซึ่งมักมาพร้อมกับรอยสิวอีกด้วย
– สิ่งสำคัญในการรักษารอยสิว คือ การป้องกัน ไม่ให้สิวกลับมาใหม่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่คนไข้ทุกคนสามารถปรึกษากับทีมแพทย์ DSK เพื่อขอแนะนำและวางแผนเพื่อลดโอกาสการกลับมาของสิวระยะยาว และลดการกลับมาของรอยสิวใหม่อีกด้วย นอกจากเรื่องการปรึกษาแล้ว ก็ยังได้รับการรักษาโดยเครื่องเลเซอร์มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านบาท แต่เรานำมารักษาโดยมีราคาที่สมเหตุสมผล เข้าถึงได้ ทำให้ทุกคนที่เดินเข้ามาหาเราที่คลินิก สามารถมั่นใจได้แน่นอนว่าได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีล่าสุด โดยคุณหมอที่มีประสบการณ์ ในราคาที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ 

ใคร ๆ ก็ฝันที่จะมีใบหน้าเรียบเนียน เกลี้ยงเกลา แต่ด้วยปัจจัยการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทั้งไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและมลภาวะในอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวและจุดด่างดำบนใบหน้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญแม้ว่าสิวจะยุบไปแล้ว แต่ก็มักจะทิ้งรอยดำ รอยแดงหลงเหลือไว้ ไม่ยอมหายไปสักที สร้างความกลุ้มใจจนหลาย ๆ คนต้องคอยหาผลิตภัณฑ์เอาไว้ปกปิดรอยดำจากสิวอยู่เสมอ 

ข่าวดี! ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่สามารถรักษาได้โดยการเลเซอร์รอยสิว วันนี้ DSK Clinic จึงอยากมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับ รอยดำ รอยแดงจากสิว เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าใจถึงต้นเหตุและวิธีการรักษาที่ถูกต้อง รวมถึงแนะนำเกี่ยวกับการทำเลเซอร์รอยสิว เทคนิคการกำจัดรอยด่างดำบนใบหน้าที่จะช่วยกู้ความมั่นใจกลับมาสู่ผิวของคุณ ใครอยากมีผิวสวยสุขภาพดีก็ตามไปอ่านต่อกันได้เลย 

รอยดำและรอยแดงสิว คืออะไร ? แยกได้อย่างไร ? 

รอยด่างดำจากสิวนั้นเกิดขึ้นเพราะกระบวนการการฟื้นฟูผิวหนังของร่างกาย ที่ถูกทำลายหรือเกิดการบาดเจ็บหลังจากการเกิดสิว โดยมักทิ้งร่องรอยไว้เป็นลักษณะของรอยแดงและรอยดำ ซึ่งร่องรอยบาดแผลทั้ง 2 แบบ มีข้อแตกต่างกันดังนี้

รอยแดงสิว

รอยแดงสิวหรือ Post Inflammatory Erythema เป็น ร่องรอยสีชมพู แดง หรือม่วง ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในขณะที่เป็นสิวอักเสบหรือหลังจากที่สิวหายไปแล้ว โดยรอยแดงสิวเกิดจากการพยายามฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของผิวหนัง ร่างกายจะส่งเลือดไปเลี้ยงยังบริเวณดังกล่าว ทำให้หลอดเลือดขยายตัว จนผิวหนังที่บริเวณดังกล่าวมีลักษณะบวมแดงหรือเกิดจากการที่เส้นเลือดฝอยแตกตัวหลังการเกิดสิว 

หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมแล้ว อาจทำให้กลายเป็นรอยแดงถาวรได้ การรักษารอยแดงจากสิวจึงมุ่งเน้นไปที่การลดอาการอักเสบและฟื้นฟูผิวหนังบริเวณที่ถูกทำลาย หรือการทำเลเซอร์รอยสิวก็เป็นวิธีรักษารอยแดงจากสิวที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเลเซอร์รักษารอยแดงสามารถใช้ Pulsed Dye Laser เช่น โปรแกรม V-beam หรือ โปรแกรม Cynergy

ซึ่งถือเป็นเลเซอร์มาตรฐานที่ใช้ในการรักษารอยแดงจากสิวมาอย่างยาวนาน และ Nanosecond or โปรแกรม Picosecond laser (585 และ 595 nm) มีผลการรักษารอยแดงไม่ต่างกับโปรแกรม Pulse Dye Laser เมื่อยิงด้วยค่าพลังงานที่ถูกต้อง แต่จะได้ผลลัพธ์เรื่องรอยดำไปพร้อม ๆ กัน 

รอยดำสิว

รอยดำจากสิว หรือ Post Inflammatory Hyperpigmentation เกิดจากการทำงานที่ผิดเพี้ยนของเซลล์ผลิตเม็ดสีผิว (Melanocytes) หลังจากผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดการอักเสบ  ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์ผลิตเม็ดสีหรือสร้างเม็ดสีมากไปจนผิดปกติ ส่วนใหญ่เกิดหลังจากสิวอักเสบหายไป ทิ้งเป็นรอยสีน้ำตาลเข้ม เทา หรือดำ เอาไว้บนผิวหนัง ซึ่งรักษาได้ยากแม้ว่าอาการบาดเจ็บหรือระคายเคืองจะหายไปแล้วก็ตาม 

รอยดำมักเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังส่วนลึก จึงต้องใช้เวลาในการรักษามากกว่ารอยแดง วิธีรักษารอยดำจากสิว เน้นไปที่การลดจำนวนเม็ดสีผิวหรือลดการทำงานของ Melanocytes ซึ่งการรักษาประกอบด้วย การทายาและการทำเลเซอร์รอยสิว ซึ่งการรักษารอยดำโดยเลเซอร์ควรใช้โปรแกรม Picosecond laser เพราะเป็นเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ในการรักษารอยดำที่ดีที่สุดในตอนนี้ ด้วยความที่ระยะเวลาในการปล่อยพลังงาน (Pulse Duration) ของเลเซอร์ชนิดนี้สั้นมากถึง 1 ในล้านล้านวินาที ทำให้เม็ดสีเกิดการแตกตัวอย่างละเอียดมากขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์แบบเดิม ส่งผลให้โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีต่าง ๆ รวมถึงรอยดำจากสิวจางลงได้อย่างรวดเร็ว 

วิธีแยกรอยดำและรอยแดงสิว

รอยดำและรอยแดงของสิว สามารถแยกความแตกต่างออกจากกันได้ดังนี้

  • สีของจุดด่างดำ : รอยแดงนั้น มักจะเป็นสีชมพู แดง หรือม่วง ในขณะที่รอยดำจากสิวจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม เทา หรือดำ

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งจะพบว่ารอยด่างดำทั้งสองนั้นมักเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน วิธีที่ดีที่สุดในการแยกรอยด่างดำทั้งสองประเภทออกจากกัน คือการเข้าไปพบกับแพทย์เพื่อเข้ารับคำปรึกษาและรับการดูแลรักษาจุดด่างดำจากสิวให้ถูกวิธี 

เลเซอร์รอยสิว เคล็ดลับบอกลารอยสิวบนใบหน้า

การรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์ เป็นทางเลือกในการรักษารูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย เห็นผลลัพธ์เร็วครับ 

เลเซอร์รอยสิวเหมาะกับใคร?

ผู้ที่เหมาะจะทำเลเซอร์รอยสิว ได้แก่ ผู้ที่มีทั้งรอยดำหรือรอยแดงจากสิว โดยไม่จำเป็นต้องลองทายาด้วยตัวเองมาก่อน ก็สามารถเข้ามาเลเซอร์รอยดำ รอยแดงจากสิวได้ เนื่องจากการทายามักให้ผลที่น้อยกว่าการทำเลเซอร์ โดยเฉพาะรอยแดง ที่การทายาได้ผลน้อยมาก เลเซอร์จึงเป็นทางเลือกสำหรับทั้งรอยแดงและรอยดำ

ควรรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์เมื่อไหร่?

การเริ่มรักษาเร็วกว่าจะทำให้การรักษารอยประสบความสำเร็จมากกว่า ใช้ระยะน้อยกว่า ดังนั้นหากมีรอยสิวเกิดขึ้น ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อจัดการดีกว่าการปล่อยไว้นาน จะทำให้รักษายากขึ้นหรือใช้ระยะเวลานานขึ้นครับ 

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่า รอยดำ รอยแดงสิว หากปล่อยทิ้งไว้สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้ประมาณ 80% ดังนั้นการเข้ามารีบพบแพทย์เพื่อรักษารอยสิว ก่อนที่จะเกิดหลุมสิว จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากกว่า 

Laser ตัวช่วยลดรอยสิวที่ดีที่สุด

ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีเลเซอร์ออกมาหลากหลายชนิด เพื่อตอบโจทย์กับปัญหาผิวในแต่ละรูปแบบ แต่เลเซอร์รอยสิวที่กำลังมาแรงที่สุดในตลาดในขณะนี้ก็คือโปรแกรม Pico Laser ซึ่งมีความสามารถในการช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้เป็นอย่างดี 

จากทั้งหมดหากทำโปรแกรม Picosecond Laser จะให้ผลดีกว่า ทั้งการลดรอยดำ รอยสิวตื้นและรอยสิวลึก เพราะทำให้เม็ดสีแตกละเอียดจึงกำจัดรอยดำออกได้ง่าย เมื่อเทียบกับ Skin Care เช่น Arbutin, Kojic Acid, Butylresorcinol ที่มีการลดการสร้างเม็ดสีที่ Melanocyte หรือ AHA, BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน และครีมกันแดดที่ลดการกระตุ้นรอยดำจากแสงแดด แต่ทั้งหมดนี้ได้ผลแค่รอยดำชั้นตื้นที่เกิดจากการอักเสบไม่มากและเม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น  

และหากเทียบกับเลเซอร์อื่น ๆ โปรแกรม Picosecond laser เป็นเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ในการรักษารอยดำที่ดีที่สุดในตอนนี้ ด้วยความที่ระยะเวลาในการปล่อยพลังงาน (Pulse Duration) ของเลเซอร์ชนิดนี้สั้นมากถึง 1 ในล้านล้านวินาที ทำให้เม็ดสีเกิดการแตกตัวอย่างละเอียดมากขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์แบบเดิม ส่งผลให้โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีต่าง ๆ รวมถึงรอยดำจากสิวจางลงได้อย่างรวดเร็ว 

โหมดของโปรแกรมPicosecond Laser

หากพูดถึงโปรแกรม Picosecond Laser แล้ว เลเซอร์ตัวนี้ไม่ได้มีประสิทธิภาพแค่รักษารอยดำหรือรอยแดงจากสิวเท่านั้น เพราะเครื่องเลเซอร์นี้โหมดมีอยู่ทั้งหมด 2 โหมดด้วยกัน คือ Full Beam Mode กับ Fractional Pico ซึ่งทั้งคู่มีความรายละเอียดและแตกต่างกันดังนี้

1. Full Beam Mode เป็นโหมดที่เน้นเรื่องการจัดการเม็ดสี โดยในโหมดนี้เองก็จะมีหลายช่วงคลื่น เช่น 

  • ความยาวคลื่น 1064 nm ใช้จัดการเม็ดสีในชั้นหนังแท้ เช่น Pico-Toning ลดการสร้างเม็ดสีใหม่ ทำให้หน้าใส ลดฝ้า รอยดำจากสิว กระลึก หรือใช้ลบรอยสักสีดำ น้ำเงิน ซึ่งขึ้นอยู่กับการปรับพลังงานตามรอยโรค
  • ความยาวคลื่น 532 nm ใช้ในการยิงเฉพาะจุดเม็ดสีชั้นหนังกำพร้า เช่น กระตื้น กระแดด รอยสักสีแดง   ซึ่งขึ้นอยู่กับการปรับพลังงานตามรอยโรค
  • ความยาวคลื่น 595 nm ใช้ในการยิงรอยแดงสิว

2. Fractional Pico ใช้เลนส์พิเศษในการรวมแสงเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน รักษาผิวที่มีความไม่เรียบเนียน หลุมสิว รูขุมขน แต่ Fractional Pico เองก็ยังช่วยทำให้รอยดำ รอยแดงจางได้ไวขึ้นกว่าการทำ Full beam mode ผ่านกระบวนการ transepidermal elimination และการลอกออกของรอยดำ

เจาะลึกเลเซอร์รอยแดงสิวทำไมทายาไม่หาย แต่โปรแกรม V-Beam ช่วยได้?

รอยแดงจากสิว (PIE) เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวขยายตัวผิดปกติจากการอักเสบ ซึ่งยาทาทั่วไปมักออกฤทธิ์เพียงลดการระคายเคืองที่ผิวชั้นบน ไม่สามารถแทรกซึมลงไปหดกระชับเส้นเลือดเหล่านี้ได้ ซึ่งโปรแกรม V-Beam ใช้คลื่นแสงความยาว 595 nm ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงโดยตรง เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นความร้อนเพื่อทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวนั้นฝ่อและสลายไป รอยแดงจึงจางลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยลดการอักเสบของสิวใหม่ ตัดวงจรรอยแดงซ้ำซากได้ดีกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว

เจาะลึกเลเซอร์รอยดำ โปรแกรม Discovery Pico ดีกว่าโปรแกรม Q-Switch อย่างไร?

โปรแกรม Discovery Pico ถือเป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่าโปรแกรม Q-Switch แบบเดิม ด้วยการปล่อยพลังงานในระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) ซึ่งเร็วกว่าโปรแกรม Q-Switch ถึง 1,000 เท่า ทำให้เกิดปฏิกิริยา Photoacoustic Effect หรือแรงดันกระแทกเม็ดสีรอยดำให้แตกละเอียดเป็นฝุ่นผง ในขณะที่ โปรแกรม Q-Switch ทำได้เพียงแตกเป็นเม็ดกรวดเท่านั้น เม็ดเลือดขาวจึงเข้ามากำจัดเม็ดสีที่ละเอียดกว่าได้ง่ายและไวกว่า ส่งผลให้รอยดำจางลงเร็วกว่า เจ็บน้อยกว่า และลดความเสี่ยงผิวไหม้จากความร้อนสะสม ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาใสและเรียบเนียนได้ในจำนวนครั้งที่น้อยลง

เปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์รอยสิวโปรแกรม IPL vs โปรแกรม Q-Switch vs โปรแกรม Pico Laser vs โปรแกรม V-Beam ต่างกันยังไง?

หัวข้อเปรียบเทียบโปรแกรม IPL โปรแกรม Q-Switch โปรแกรม Pico Laser โปรแกรม V-Beam
ประเภทพลังงานไม่ใช่เลเซอร์ เป็นแสงความเข้มข้นสูงหลายย่านความถี่ เลเซอร์พลังงานความร้อน ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นระดับ Nanosecondเลเซอร์นวัตกรรมใหม่ ปล่อยพลังงานไวระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นแรงดันเลเซอร์ Pulsed Dye ที่มีความจำเพาะเจาะจงสูงกับเม็ดเลือดแดง
คลื่นความยาวครอบคลุมช่วงกว้าง 400-1200 nmส่วนใหญ่ใช้ 532 nm (ผิวชั้นตื้น) และ 1064 nm (ผิวชั้นลึก)มีหลายคลื่นความถี่ เช่น 532, 755, 1064 nm ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่ละรุ่น ความยาวคลื่นจำเพาะที่ 595 nm
จุดเด่นการทำงานกระจายแสงไปทั่วผิว เพื่อรักษาความผิดปกติของเม็ดสีและเส้นเลือดแบบกว้าง ๆใช้ความร้อนทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ เพื่อให้เม็ดเลือดขาวกำจัดออกกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียด ผิวจึงบาดเจ็บน้อยกว่า และกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีมากจับกับออกซีฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงโดยตรง ทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดการอักเสบได้ดีที่สุด
เหมาะกับรอยแบบไหน– รอยแดงจาง ๆ หน้าหมองคล้ำ
– ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
รอยดำ ฝ้า กระ ลึกรอยสัก– รอยดำ ที่หายยา
– หลุมสิว รูขุมขนกว้าง (เมื่อใช้หัว Fractional)
– หน้าใส ผิวละเอียด
– รอยแดงจากสิว (PIE) โดยเฉพาะ
– สิวอักเสบที่กำลังแดง
– เส้นเลือดฝอยบนหน้า

รอยดำและรอยแดง รักษาต่างกันไหม?

แม้โปรแกรม Picosecond Laser จะเป็นเลเซอร์งานผิวที่สุดยอด แต่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับการรักษารอยดำและรอยดำอย่างเต็มที่ เพราะเลเซอร์ 1 ชนิด มี 1 ช่วงคลื่น ที่เหมาะกับการทำลายวัตถุเป้าหมายหรือปัญหาที่เฉพาะเจาะจงเพียง 1 อย่าง ดังนั้นรอยสิวที่แตกต่างกัน จึงต้องอาศัยเลเซอร์ต่างชนิดกัน จำเพาะเจาะจงต่อปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • รอยดำ เลเซอร์ที่เหมาะสมเป็นเลเซอร์กลุ่ม Pigment-Specific Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ควรมี Pulse Duration สั้น เพราะเมลานินมีขนาดเล็ก ดังนั้น Pulse Duration ที่สั้น จะเข้าไปจัดการเมลานินได้ดี โดยที่พลังงานไม่แผ่ออกไปสร้างความเสียหายบริเวณอื่น ช่วงคลื่นที่เหมาะสมสำหรับผิวคนไทยคือ ช่วงคลื่น 1064 nm เลเซอร์ในกลุ่มนี้ได้แก่ โปรแกรม Q-switch nd โปรแกรม YAG Laser, โปรแกรม Picosecond Laser และ โปรแกรม Cell-Toning Laser
  • รอยแดง เลเซอร์ที่เหมาะสมเป็นเลเซอร์ที่จับฮีโมโกลบินในหลอดเลือดแดงได้ดี จากงานวิจัยพบว่าเลเซอร์ที่ได้ผลดี ได้แก่ โปรแกรม Pulse Dye Laser, โปรแกรม V-Laser, โปรแกรม Cell-Toning Laser, โปรแกรม Nanosecond, โปรแกรม Picosecond 585 หรือ 595 nm

เลเซอร์รอยสิวเจ็บไหม มีขั้นตอนอย่างไร ?

การทำเลเซอร์รอยสิวนั้น อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ที่ใช้และผิวของแต่ละคน ในกรณีที่กลัวเจ็บ สามารถขอใช้ยาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล แต่ในกรณีของโปรแกรม Picosecond Laser นั้นจะค่อนข้างเจ็บน้อยกว่าแบบอื่น ๆ เพราะเป็นการทำงานโดยการปล่อยคลื่นความร้อนความเร็วสูงถึง 1 ต่อ ล้านล้านวินาที ลงไปสลายเม็ดสีในชั้นผิว ทำให้ผิวร้อนหรือแดงน้อย ไม่ตกสะเก็ด และเห็นผลลัพธ์ได้ไวและชัดเจนหลังทำ โดยขั้นตอนในการทำเลเซอร์รอยสิว ได้แก่

  • เข้าปรึกษาแนวทางการรักษารอยดำรอยแดงจากสิวกับแพทย์
  • ทำการทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ หรือในเลเซอร์บางโหมดที่ไม่เจ็บ เช่น Pico-Toning อาจไม่ต้องใช้ยาชาเลย
  • เข้ารับการทำเลเซอร์รอยสิว โดยอาจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที
  • อาจมีรอยแดงหรืออาการแสบผิวเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ใน 1-2 วันแรกหลังทำ

การดูแลก่อนและหลังเลเซอร์รอยสิวต้องทำอะไรบ้าง ?

ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการรักษาเลเซอร์รอยสิว ควรทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนและหลังทำ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ 

การเตรียมตัวก่อนเลเซอร์รอยสิวด้วยโปรแกรมPicosecond Laser

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่โดนแสงแดด เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เช่น การอาบแดด หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง
  • ไม่ควรทำการแว็กซ์หรือถอนขนก่อนทำเลเซอร์ 1 สัปดาห์
  • หยุดรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่มีผลเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามิน E โสม ฯลฯ ก่อนเข้ารับการทำเลเซอร์รอยสิว 1 สัปดาห์
  • ก่อนเข้ารับการรักษา 1 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามิน A AHA หรือ BHA
  • งดแต่งหน้า ทาครีมบำรุง หรือ ยารักษาสิว ในวันที่เข้ารับการรักษา

การดูแลหลังทำเลเซอร์รอยสิว ด้วยโปรแกรมPicosecond Laser

โดยปกติหากมีการยิงเพียง Pico-Toning Mode สามารถแต่งหน้าได้ทันที ไม่มีขั้นตอนการดูแลอะไรเป็นพิเศษแต่หากเป็น Fractional Pico หมอจะแนะนำขั้นตอนการดูแลดังนี้

  • งดโดนน้ำ 12 ชั่วโมง สามารถใช้ผ้าก๊อซซับและใช้น้ำดื่มหรือน้ำเกลือทำความสะอาดหน้าได้ หลังจาก 12 ชั่วโมง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ตามแพทย์แนะนำ
  • เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน (ใช้ต่อเนื่องได้)
  • ผลิตภัณฑ์กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อลดเม็ดสี  (ใช้ต่อเนื่องได้)
  • ครีมให้ความชุ่มชื้น (ใช้ต่อเนื่องได้)
  • ครีมกันแดด (ใช้ต่อเนื่องได้)
  • หากมีสะเก็ด ให้งดแต่งหน้าและนวดขัดถูใบหน้า จนกว่าสะเก็ดจะหลุดออกหมด 
  • งดผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองสูง 7 วัน เช่น กรดวิตามินเอ ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว 
  • กรณีมีผื่นคันหรือตุ่มแดงหลังทำ สามารถทา Elomet เฉพาะบริเวณที่เกิดอาการได้
  • ผลลัพธ์ด้านรูขุมขน หลุมสิว และผิวที่เรียบเนียนจากการสร้างคอลลาเจนระยะยาว แนะนำให้ทำ 5 ครั้ง และจะต้องใช้เวลาทำประมาณ 3-6 เดือน เพราะกลไกในการสร้างคอลลาเจนจะเกิดขึ้นที่ 1-6 เดือนหลังการทำเลเซอร์

รีวิวก่อนและหลังทำเลเซอร์รอยสิว ได้ผลลัพธ์อย่างไร ? 

สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยดำรอยแดงจากสิว หลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยเลเซอร์รอยสิวแล้ว หากเป็น Pico-Toning mode ผิวหลังทำจะเป็นสีชมพูเล็กน้อย ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น หากเป็น Fractional Pico อาจมีอาการแดงของผิว 3-7 วันขึ้นกับปัญหาและการตั้งค่าพลังงาน โดยปกติแล้วแผลที่เกิดจากการทำเลเซอร์ มักจะหายไปได้ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นผิวหน้าจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ จนเริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของรอยด่างดำที่ดูจางลงภายใน 2-4 สัปดาห์แรก สำหรับหลุมสิวและรูขุมขนนั้นจะค่อย ๆ กระชับขึ้นเรื่อย ๆ และเห็นผลได้อย่างชัดเจนหลังจากประมาณ 1 เดือน หลังจากที่ผิวได้ทำการสร้างคอลลาเจนออกมา

ราคาเลเซอร์รอยสิว เริ่มต้นเท่าไหร่?

โปรแกรม Discovery Pico

ทีมแพทย์ DSK Clinic 

  • 1 ครั้ง 9,990 บาท 
  • 3 ครั้ง 23,990 บาท
  • 6 ครั้ง 42,990 บาท
  • 10 ครั้ง 59,990 บาท

คุณหมอปอร์เช่

  • 1 ครั้ง 18,000 บาท
  • 3 ครั้ง 23,990 บาท
  • 6 ครั้ง 42,990 บาท
  • 10 ครั้ง 59,990 บาท

เลือกคลินิกเลเซอร์รอยสิว อย่างไรดี ? 

ก่อนที่จะทำเลเซอร์รอยสิว ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่ตั้งใจจะใช้บริการเสียก่อน เพราะเครื่องมือและแพทย์ ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์ของการรักษารอยแดงดำจากสิว  โดยการเลือกคลินิกที่ดี ควรคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การเลือกชนิดของเครื่องเลเซอร์ให้ตรงกับปัญหาผิวหน้า

เลเซอร์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าที่แตกต่างกัน หากเลือกใช้เลเซอร์ที่ผิดประเภทแล้วก็อาจส่งผลเสียต่าง ๆ ตามมา เช่น

  • แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทำให้ต้องเสียเงินค่ารักษา แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีเท่าที่ควร
  • ทำให้อาการแย่ลง การใช้เลเซอร์ที่ผิดประเภท อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหลังการรักษาและกระตุ้นให้เม็ดสีผิวทำงานมากกว่าเดิม ทำให้ปัญหารอยด่างดำรุนแรงขึ้น
  • ผิวบาง ไม่แข็งแรง หลังจากการทำเลเซอร์รอยสิวนั้น ผิวจะบอบบางเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าใช้เลเซอร์แบบผิดประเภทแล้ว ยิ่งเพิ่มโอกาสในการบาดเจ็บ ทำให้ผิวไวต่อแสงและเพิ่มโอกาสในการอักเสบ รวมถึงโอกาสเสี่ยงจากโรคมะเร็งผิวหนังจากรังสี UV   

ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกที่มีเครื่องมือที่ตรงกับปัญหาผิว เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการรักษาที่ถูกจุด ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด 

2. เลือกคลินิกที่มีแบรนด์ของเครื่องเลเซอร์ตามมาตรฐานระดับโลก

เครื่องมือเลเซอร์บางตัว อาจเคลมว่าเป็นเลเซอร์ชนิดเดียวกัน แต่เลเซอร์แบบเดียวกันนี้ก็มีหลายเกรด ซึ่งเห็นได้จากราคาของเครื่อง ที่มีตั้งแต่ราคา 5 หมื่น-5 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็ย่อมมีราคาที่แพงกว่า แต่ก็ทำให้มั่นใจในเรื่องของผลลัพธ์และความปลอดภัยได้มากกว่าเช่นกัน

3. เลือกเครื่องเลเซอร์ที่ผ่าน USFDA

เครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองโดย USFDA หรือ อย. ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้ผ่านกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยที่ถูกนำมาใช้สนับสนุน จึงทำให้มีความน่าเชื่อถือในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน 

4. เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ตรงสามารถอธิบายขั้นตอนการรักษาได้

แต่ละคนมีปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องใช้เลเซอร์แต่ละรูปแบบในการรักษา ดังนั้นการได้แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง สามารถวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาของผิวได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ จะช่วยให้สามารถรักษาปัญหาได้อย่างตรงจุด ที่ DSK Clinic แพทย์ทุกท่านสามารถวิเคราะห์ปัญหาผิว ได้รับการฝึกอบรม ผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ในผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ 

วิธีอื่น ๆในการรักษารอยดำและรอยแดงจากสิว มีอะไรบ้าง ?

การรักษาจุดด่างดำจากสิวด้วยเลเซอร์นั้น เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของการรักษารอยดำแดงจากสิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการรักษาอีกหลากหลายวิธีที่สามารถช่วยทำให้รอยสิวดูจางลงได้เช่นกัน จะมีวิธีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

การรักษารอยดำและรอยแดงสิวดวยหัตถการ

เพิ่มข้อมูล redtouch pro/ pn หรือ vitaran

การดูแลและรักษารอยแดงสิว

รอยแดงจากสิวมักเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดสิวอักเสบ ทำให้ร่างกายพยายามฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ โดยการส่งเลือดไปเลี้ยงยังบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัว และเกิดรอยบวม แดงขึ้น ในบางครั้งแม้ว่าสิวจะหายไปแล้ว แต่อาจเหลือร่องรอยจากเส้นเลือดฝอยที่ถูกทำลายได้ การรักษารอยแดงจากสิวจึงมักเน้นไปที่การลดอาการอักเสบและฟื้นฟูผิวหนังในส่วนที่เกิดอาการบาดเจ็บจากสิว โดยนอกเหนือจากการทำเลเซอร์รอยสิวแล้ว ยังสามารถใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อช่วยลดรอยแดงจากสิวได้ เช่น  

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยแดง : ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Tranexamic acid วิตามินซี วิตามินบี 3 (Niacinamide) ซึ่งเป็นสารที่มีส่วนช่วยในการต้านการอักเสบของผิวและช่วยลดรอยแดงจากสิวอักเสบได้

การดูแลและรักษารอยดำสิว

รอยดำจากสิวนั้นเกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังพยายามฟื้นตัวหลังจากการบาดเจ็บจากสิวอักเสบ ทำให้เซลล์ผลิตเม็ดสีทำงานผิดปกติและผลิตเม็ดสีมากเกินไป จนทำให้เกิดเป็นร่องรอยจุดด่างดำบนผิวหนัง แม้ว่าสิวจะหายไปแล้วก็ตาม โดยการรักษารอยดำจากสิวจะเน้นไปที่การช่วยลดการทำงานของเซลล์ผลิตเม็ดสีและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการผลัดผิว เพื่อปรับให้ผิวดูสว่างใสเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้วิธีเหล่านี้ในการช่วยลดปัญหารอยดำจากสิว เช่น

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยดำจากสิว : เช่น เรตินอยด์ (Retinoids) ที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีและเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว หรือ กรดโกจิก (Kojic Acid), วิตามินบี 3 (Niacinamide)  และ วิตามินซี ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
  • การใช้กรดลอกผิว (Chemical Peel) : เป็นวิธีการรักษาโดยการใช้กรดแบบพิเศษที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ผิวที่สร้างใหม่มีความกระจ่าง เรียบเนียนมากขึ้น แต่ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

คนชอบบีบสิวต้องรู้ ขั้นตอนป้องกันการเกิดรอยสิวหลังบีบ

  • ไม่ควรบีบสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวมีหัวหรือไม่มีหัว เพราะการบีบที่ผิดวิธีสร้างผลเสียมากกว่าผลดี
  • หากสิวอักเสบมีการแตก ควรทำความสะอาดบริเวณสิว ฆ่าเชื้อสิวและป้องกันเชื้อโรคอื่นเข้าสู่แผลสิว
  • ป้องกันการเกิดรอยสิว ด้วยสกินแคร์ ยา หรือเจลแต้มสิวที่มีส่วนผสมช่วยลดการอักเสบ เพื่อลดอาการแดง และลดโอกาสที่จะเกิดรอยดำตามมา
  • งดการใช้สครับผิว เพราะเม็ดสครับอาจก่ออาการระคายเคืองกับเนื้อเยื่อบริเวณสิวที่อ่อนแอ ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำ
  • ขณะที่แผลกำลังสมานตัว งดแกะ หรือสัมผัส เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลและเกิดการอักเสบซ้ำ

สรุป 

รอยดำรอยแดงจากสิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเข้าใจถึงต้นเหตุของการเกิดปัญหาแล้ว ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาจุดด่างดำเหล่านี้ได้ โดยในปัจจุบันนั้นมีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากมาย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการทำเลเซอร์รอยสิว ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้อย่างรวดเร็ว คืนความมั่นใจให้กับผิวหน้า บอกลาปัญหารอยดำรอยแดงจากสิว ติดต่อกับเราได้ที่ DSK Clinic เรามีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาผิวหน้าของแต่ละคนและพร้อมจะช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าทุกรูปแบบ สามารถโทรนัดจองคิวหรือติดต่อเราผ่านทางโซเชียลมีเดียของคลินิกได้ทุกช่อง

DSK CLINIC มั่นใจ ยาแท้ ปลอดภัย 100%
ติดต่อ สอบถาม จองคิว
เพิ่มเพื่อน

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
เตือนภัย! แฉกลโกงคลินิกเสริมความงาม
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!

อ่านบทความจากหมอ

banner-consultation-mobile-2x
bg-bt-contact-1-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook ฟรี
bg-bt-contact-2-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา